หลายๆ คนที่เล่นลินุกซ์ย่อมรู้จัก Red Hat ซึ่งเป็นทั้งชื่อบริษัทและชื่อดิสโทรของลินุกซ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตัวหนึ่ง แต่อีกหลายๆ คนอาจไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเราสามารถใช้งาน Red Hat ได้ฟรี (ถ้าสามารถหา ISO มาลงเองได้) แต่จะไม่สามารถติดตั้ง หรืออัพเดตซอฟต์แวร์จาก Red Hat Repository ได้ ถ้าไม่ได้ลงทะเบียน Red Hat Subscription ไว้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว การนำลินุกซ์มาปรับแต่งเป็นดิสโทรต่างๆ นั้น สิ่งหนึ่งที่ถูกระบุไว้ในข้อตกลงก็คือ คุณจะต้องเปิดเผยซอร์สโค้ดที่คุณนำไปปรับแต่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง Red Hat ก็ได้ทำตามข้อกำหนดนี้เช่นกัน แต่ปัญหาคือ Red Hat ไม่ได้เปิดเผยวิธีการคอมไพล์ซอร์สโค้ดเหล่านั้น ทำให้ต่อให้ได้โค้ดมา ก็ไม่สามารถนำมาใช้งานได้อยู่ดี
CentOS (Community ENTerprise Operating System) จึงเป็นลินุกซ์ดิสโทรที่นำโค้ดของ Red Hat มาหาวิธีคอมไพล์ด้วยตัวเอง ซึ่งจะพบว่าทุกอย่างนั้นเหมือนกับ Red Hat หมดทุกอย่าง ยกเว้นเพียงแค่เรื่องของแบรนด์ และซอฟต์แวร์เฉพาะของ Red Hat บางอย่างที่ไม่มีเท่านั้นเอง
ปัจจุบันนี้ CentOS ได้รับความนิยมในเมืองไทยมาก เนื่องจากชื่อเสียงของ Red Hat ที่ทุกคนเชื่อถือว่ามันมีความปลอดภัยสูง และเสถียร เพราะฉะนั้น CentOS ก็สมควรที่จะได้รับคุณสมบัติเดียวกัน ซึ่งเวอร์ชันล่าสุดของ CentOS ก็จะไล่ตาม Red Hat คือเวอร์ชัน 6 และในบทความนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการติดตั้ง CentOS 6 64-bit แบบ minimal หรือแบบที่ลงซอฟต์แวร์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งเหมาะสมสำหรับใช้งานเป็นเซิร์ฟเวอร์ โดยสามารถดาวน์โหลด ISO แบบ minimal ได้จาก ที่นี่ เลยครับ
ปัจจุบันคนที่ทำธุรกิจด้วยลินุกซ์นั้นมีมากมาย นับตั้งแต่ฟรีแลนซ์คนเดียวทำเว็บโฮสติ้งด้วยลินุกซ์ ไปจนถึงบริษัทไอทีขนาดใหญ่มีพนักงานเป็นร้อยคนที่รับวางระบบลินุกซ์ให้กับบริษัทต่างๆ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ทำงานทางด้านนี้นั่นก็คือ Certification ที่เกี่ยวข้องกับลินุกซ์ ซึ่งตัวที่ดังที่สุดคงไม่พ้น Red Hat Certification ที่ทุกคนล้วนต่างยอมรับว่าเป็นมาตรฐานความสามารถสำหรับผู้ที่ทำงานทางด้านลินุกซ์ และสามารถรับรองได้ด้วยบริษัท Red Hat ที่ทำธุรกิจทางด้านโอเพ่นซอร์สมายาวนานดังข่าวที่ Red Hat กำลังจะเป็นบริษัทที่มีมูลค่าเกินพันล้านดอลล่าร์
คราวนี้คงมาถึงคำถามว่า แล้วทำไมคนที่ทำงานทางด้านโอเพ่นซอร์สหรือลินุกซ์เช่นผมต้องไปสอบ Red Hat Certification
Recent comments